สิ้นใจอีก 1 สังเวยเพลิงไหม้ เมาท์เทนบี จี้ ตร.พื้นที่มีเอี่ยว ปล่อยต่อเติมเป็นสถานบันเทิง พร้อมเร่งรัดดำเนินคดีเจ้าของทั้งแพ่งและอาญา

          จากกรณีเหตุการณ์เพลิงไหม้ผับดังเมืองสัตหีบ “เมาท์เทนบี” ริมถนนสายสุขุมวิท บางนา-ตราด ม.7 ต.พลูตาหลวง  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ขณะที่มีนักท่องเที่ยวราตรีกำลังใช้บริการ 100 กว่าชีวิต โดยต้นเพลิงเริ่มไหม้บริเวณหลังคา ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วทั้งอาคาร เนื่องจากหลังคามีการฉีดพ่นโฟม สำหรับซับเสียง ซึ่งเป็นวัตถุติดไฟได้ง่าย ประกอบกับช่องระบายอากาศและทางออกด้านหน้าเปิดอยู่เพียงประตูเดียว ด้วยมีการคัดกรองนักเที่ยวตามมาตรการโควิด-19 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถออกมาได้ทัน อีกทั้งยังมีกลุ่มควันไฟอย่างรุน แรง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย บาดเจ็บ 36 ราย
           ล่าสุดเวลา 13.00 น.วันนี้ (5 ส.ค.65) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผช.ผบ.ตร.ประชุมร่วมนายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สรุปสาเหตุและแนวทางการดำเนินจากนี้ต่อไป โดยใช้เวลา 1 ชัวโมงก่อนเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
          พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผช.ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จะมีการบูรณาการร่วมกับทางจังหวัดชลบุรี อบต.พลูตาหลวง จัดตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต โดยประสานทางญาติ ซึ่งจะตั้งอยู่บนพื้นที่ อบต.พลูตาหลวง ส่วนประเด็นของสถานบริการแห่งนี้พบว่ามีการขออนุญาตในลักษณะเป็นร้านอาหารแต่กลับมีการแอบลักลอบต่อเติมเป็นสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกรณีนี้ที่มีกระแสว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มีเอี่ยวหรือปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเปิดเป็นสถานบันเทิงนั้น ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการละเลยหรือเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการเอาผิดทางวินัย สำหรับการสอบสวนขณะนี้ได้เรียกพยานมาสอบไปแล้ว 30 ปาก รวมถึงเจ้าของสถานบริการซึ่งจะมีการเรียกสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง
         ล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย คือนายสุเทพ มงคลแก้ว อายุ 33 ปี ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รวมมีผู้เสียชีวิตเหตุการในครั้ง 14 ราย ขณะเดียวในช่วงเย็นวันนี้ มีการระดมทีมกองพิสูจน์หลักฐาน 2 กว่า 30 นาย เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยมีท่าน ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 ( สพฐ.2 ) นำทีมลงตรวจในครั้งนี้

Advertisement