“นิรันดร์” พร้อม “สินธ์ไชย” ขนลูกทีมเปิดฉากลงพื้นที่ชายหาด รับฟังสภาพปัญหา และแนวทางแก้ไขจากผู้ประกอบการร่มเตียงโดยตรง ระบุชายหาดพัทยาแหล่งท่องเที่ยวหลักหากได้รับโอกาสพร้อมปรับปรุงและพัฒนาครั้งใหญ่

         บรรยากาศของการลงพื้นที่หาเสียงในส่วนของกลุ่มผู้สมัครนายกและสมาชิกสภาเมืองพัทยาเริ่มขึ้นแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ถึงวันเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคมนี้ก็ตาม โดยในวันนี้ (26 มี.ค.65) ผู้สมัครจาก “กลุ่มพัทยาร่วมใจ” นำโดย “นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร” อดีตนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย “นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร” ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา และคณะผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาเขต 2 ลงพื้นที่บริเวณชายหาดพัทยา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
          ทั้งนี้เพื่อเป็นการลงพื้นที่เข้าพบผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจากการประกอบการที่ผ่านมา ด้วยทางกลุ่มมองเห็นว่าชายหาดเมืองพัทยาที่ทอดยาวตลอดแนวกว่า 2.8 กม. ที่ทางกรมเจ้าท่าเป็นเจ้าภาพในการเสริมทราย ทำให้ชายหาดกลับมามีความสวยงามอีกครั้งและถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องมีการบูรณะปรับปรุงให้เกิดความทันสมัย ร่มรื่น สวยงาม และพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ จึงเข้าพบผู้ประกอบการร่มเตียงเพื่อรับทราบปัญหาและข้อเสนอแนะที่จะเข้ามาช่วยในการแก้ไขและพัฒนาในรูปแบบการประกอบการสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
           ผู้ประกอบการร่มเตียงพัทยารายหนึ่งระบุว่าทุกวันนี้สภาพเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมาก เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อน จะมีก็แต่ช่วงเย็นถึงค่ำซึ่งอากาศไม่ร้อนมากนัก แต่ผู้ประกอบการก็ต้องเก็บเตียงกลับเนื่องจากเมืองพัทยาอนุญาตไว้เพียง 19.00 น.จึงอยากให้ช่วยดูและหากเป็นไปได้ก็อยากให้พิจารณาการขยายเวลาทำกิน สิ่งต่อมาคืออยากให้เมืองพัทยาสร้างความร่มรื่นให้ชายหาดกลับมาเหมือนเดิม เพราะมองว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนมากขึ้น โดยพิจารณาแก้ไขโครงการปรับภูมิทัศน์ที่หยุดชะงักไป ให้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่สูงสุด สุดท้ายคืออยากให้มีการจัดสร้างห้องน้ำสาธารณะ และที่จอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวด้วย
          ด้านนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา “กลุ่มพัทยาร่วมใจ” กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ คือเรื่องของเศรษฐกิจและการทำกินที่ได้รับผลกระทบอย่างมากเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยว ซึ่งกรณีนี้หากกลุ่มมีโอกาสก็คงจะต้องเร่งเดินนโยบายและประสานรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโดยด่วนเหมือนที่เคยดำเนินการมาในครั้งก่อนจนได้รับการผ่อนปรน อีกเรื่องคือการปรับมาตรฐานการให้บริการและระยะเวลาเปิดรับนักท่องเที่ยวของผู้ประกอบการ ที่อาจมีการปรับเวลาให้เกิดความเหมาะสม รวมถึงการปรับภูมิทัศน์การสร้างความร่มรื่นสวยงาม เรื่องของห้องน้ำสาธารณะ และที่จอดรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะนำไปพิจารณาให้เหมาะสมหากมีโอกาสได้เข้าไปทำงาน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคงเป็นเรื่อง “ปากท้องของประชาชน”

Advertisement