ศรีราชา- เพื่อนบ้านทะเลาะกันเรื่องหมาแมว ด่าทอเดือด ก่อนลูกชายทราบแม่โดนด่า คว้าปืนขู่
กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ เพื่อนบ้านทะเลาะกันเรื่องหมา ๆ แมว ๆ ที่ไปถ่ายอุจจาระในบ้าน จนมีปากเสียงด่าทอกันอย่างรุนแรงในตอนเช้า แม่โทรไปบอกลูกชาย หลังเลิกงานกลับมา คว้าอาวุธปืนไปข่มขู่มีปากเสียงกันอีกรอบ แม่เห็นกลัวมีปัญหารุนแรงลากลูกกลับไปสงบสติอารมณ์ในบ้าน ต่างฝ่ายต่างไปแจ้งความแล้ว
วันนี้ ( 5 พฤศจิกายน 2568 ) ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายยงยศ อายุ 53 ปี ว่ามีช่วงเช้าของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ได้มีปากเสียงกับนางสุภาพรรณ หรืออุ๋ย อายุ 60 ปี เพื่อนบ้าน และมีการด่าทอกันทั้งสองฝ่าย หลังจากนั้นในช่วงเวลาประมาณ 18.30 น. นายชัยชาญ อายุ 41 ปี ลูกชายของนางสุภาพรรณ เดินทางกลับมาจากที่ทำงาน แล้วนำอาวุธปืนออกมาขึ้นลำข่มขู่ ทำให้ตนเองและครอบครัวได้รับความหวาดกลัว จึงเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ศรีราชา แล้ว
นายยงยศ เปิดเผยว่า ในช่วงตอนเช้าแมวของตนเองไปกินหญ้าบริเวณหน้าบ้านของนางอุ๋ย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกันกับบ้านของตนเอง หลังจากนั้นพอนางอุ๋ยกลับมาก็ไล่แมวของตนเองไป ตนเองเห็นก็บอกกับนางอุ๋ยว่า แมวไม่ได้เข้าไปในบ้าน แต่แมวนั่งกินหญ้าอยู่หน้าบ้านเท่านั้นเอง ก็เลยโต้เถียงด่าทอกันอย่างรุนแรง ตนเองก็โมโหตะโกนท้าทายให้ออกมาข้างนอก ขู่จะทำร้าย แต่เราไม่ได้ทำอะไร หลังจากนั้นนางอุ๋ยคงโทรไปบอกลูกชายที่ทำงานอยู่ข้างนอก พอตกเย็นเลิกงานกลับมาก็เข้าไปในบ้านนำอาวุธปืนออกมาข่มขู่ตนเอง ตอนนั้นตนเองตกใจเป็นอย่างมาก ซึ่งตนเองเคยทะเลาะกันเรื่องหมาแมวมาหลายปีแล้ว ซึ่งครั้งนี้รุนแรงสุด หลังจากนี้ตนเองจะไปแจ้งความดำเนินคดีต่อไป
ทางด้าน นางสุภาพรรณ หรืออุ๋ย เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุตนเองกลับมาจากซื้อของที่ตลาดตอนเช้า กลับมาก็เห็นแมวของเพื่อนบ้านกระโดดออกจากในบ้านของตนเอง แล้วลงไปกินหญ้า พอมาถึงบ้านจึงตะโกนไล่แมวออกไป เพื่อนบ้านได้ยินดังนั้นก็มาด่าป่าว่า “อะไรของเมิง แค่แมวไปกินหญ้าหน้าบ้าน” ป้าบอกป้าไม่เห็น หลังจากนั้นนายยงยศก็ด่าทอป้าอย่างรุนแรง ทั้งที่แมวของนายยงยศมาขี่เยี่ยวบ้านป้าเป็นประจำ ซึ่งตนเองก็ต้องไล่ออกจากบ้าน แค่นั้นนายยงยศก็ด่า และขู่จะทำร้ายตนเอง โดยป้าถามต่อว่า จะให้ป้ายกมือไหว้แมวตัวนั้นเลยไหม แล้วก็มาด่าถ้อยคำหยาบคาย รวมทั้งด่าถึงบุพการีของตนเองด้วย ป้าทนไม่ไหวป้าเลยด่าสวนกลับไป ซึ่งป้าไม่เคยด่าทอเพื่อนบ้านแบบนี้ ยังถามว่าป้าไปทำอะไรให้ถึงมาชอบด่ากันแบบนี้ พร้อมทั้งข่มขู่จะทำร้ายหากออกจากบ้านด้วย

หลังจากนั้นตนเองเข้าไปในบ้านจึงโทรไปบอกลูกชายที่ไปทำงานเป็น รปภ.อยู่ในพื้นที่แหลมฉบัง ว่าเพื่อนบ้านมาด่า จะมาท้าตีท้าต่อยกับตนเอง พอลูกชายกลับมาก็ไปเรียกเพื่อนบ้านให้ออกมาคุยกันดีดี ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมคุยและยังด่าลูกชายป้าอีกด้วย ลูกชายป้าสวนกลับไปว่า ทำไม่เก่งแต่จะทำร้ายเด็ก ผู้หญิงและคนแก่ล่ะ ทำไมจะต้องมาจ้องทำร้ายตนเองด้วย จนลูกชายโมโหจึงกลับเข้าไปเอาปืนออกมาข่มขู่ แต่ปืนกระบอกดังกล่าวเป็นปืนอัดลม ไม่ใช่ปืนจริง ลูกชายยังบอกว่า “ถ้าไม่ขู่แบบนี้ เพื่อนบ้านเค้าก็จะมาท้าตีท้าต่อย ทำร้ายเราอยู่ตลอด สาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะเรื่องแมวมาขี่เยี่ยวในบ้าน
ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองเคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อนหน้านี้ กล่าวหาว่าตนเองไปยุ่งเรื่องของผัว ๆ เมีย ๆ บ้านนั้น ทั้งที่ตนเองไม่เคยไปยุ่งด้วย เพื่อนบ้านเข้าใจผิดคิดว่าทำให้ครอบครัวเค้าทะเลาะกัน ซึ่งตนเองก็ตกใจเป็นอย่างมากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งตนเองก็กลัวว่านายยงยศจะมาทำร้ายตนเอง เนื่องจากตนเองพักอาศัยอยู่กับลูกสองคน ลูกชายจะตื่นไปทำงานตั้งแต่ตี 4 และกลับมาประมาณ 18.00 น.ทุกวัน ซึ่งตนเองได้เข้าไปแจ้งความไว้แล้วเช่นกัน
จากการสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า บ้านของนางอุ๋ยจะอยู่กันสองคน ไม่ค่อยจะไปยุ่งวุ่นวายกับใคร ส่วนบ้านนายยงยศก็มีอาชีพค้าขาย โดยทราบว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองบ้านเคยมีปัญหามีปากเสียงกันมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันอีก ต่างคนต่างอยู่ แต่ก็จะมีปัญหากันตรงที่แมวที่บ้านนายยงยศจะไปขับถ่ายในบ้านของนางอุ๋ยอยู่บ่อยครั้ง จนมีปากเสียงกันบ้างนิดหน่อย แต่ไม่รุนแรงขนาดนี้
สรุปเรื่องราวประมาณได้ว่า ทั้งสองบ้านอาศัยอยู่บ้านตรงข้ามกัน และมีปัญหา มีปากเสียงกันมานานแล้ว จนมาวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นางอุ๋ยกลับจากตลาดแล้วเห็นแมวของเพื่อนบ้านกระโดดออกมาจากบ้านนางอุ๋ย มากินหญ้าหน้าบ้าน พอเดินมาถึงบ้าน นางอุ๋ยจึงออกปากไล่แมวไปให้พ้นจากบริเวณบ้าน พอดีนายยงยศยืนอยู่หน้าบ้านพอดี จึงได้ยินและตอบกลับไปว่า “แค่แมวกินหญ้าอยู่หน้าบ้านเอง จะต้องไล่แมวไปทำไม” หลังจากนั้นจึงมีปากเสียงกัน ด่าทอ ข่มขู่จะทำร้ายกัน จนกระทั่งลูกชายนางอุ๋ยกลับมาจากที่ทำงาน ทราบเรื่องตั้งแต่ช่วงสายแล้ว จึงไปเรียกเพื่อนบ้านให้ออกมาคุยกัน แต่อีกฝ่ายไม่ยอมออกไปคุย จึงเกิดความโมโห เดินเข้าไปหยิบปืนในบ้านออกมาข่มขู่เพื่อให้เพื่อนบ้านมีความเกรงกลัว ไม่มาทำร้ายกันอีก จนนางอุ๋ยรีบลากตัวลูกชายกลับเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้องพัก ไม่เกิดเหตุการณืรุนแรงแต่อย่างใด
หลังจากนี้ทั้งสองฝ่ายได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกันที่ สภ.ศรีราชาแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาทำการสอบปากคำ และดำเนินการตามกระบวนกฎหมายต่อไป










