“กรณ์” หัวหน้า “พรรคกล้า” ลงภูเก็ต ควง “เทมส์ ไกรทัศน์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 2 ประกาศผลักดันให้ภูเก็ตเป็นเมืองพิเศษ ผู้ว่ามาจากการเลือกตั้งผู้ว่าภูเก็ต เพื่อพัฒนาไปสู่ความต้องการของคนภูเก็ต ก้าวไปสู่เมืองระดับเวิร์ลคลาส เชื่อคนภูเก็ตรู้ปัญหาและความต้องการ รวมแนวทางแก้ปัญหาของภูเก็ตดีที่สุด
นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรค นายเทมส์ ไกรทัศ ว่าที่ผู้สมัคร สส. จังหวัดภูเก็ตพรรคกล้า เดินทางไปยังศาลเจ้ากวนอู ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต และศาลเจ้าอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อไหว้พระขอพร เนื่องในงานประเพณีถือศีลกินผัก และมอบหน้ากากอนามัย รวมทั้งแอลกอฮอล์ เพื่อนำไปใช้ในศาลเจ้าต่างๆ
นายกรณ์ กล่าวว่า การเดินทางมายังภูเก็ตในครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสนี้ที่จะได้ไหว้พระและทำบุญในงานประเพณีถือศีลกินผัก ซึ่งเป็นวันแรกของประเพณี และถือโอโอกาสแนะนำ ว่าที่ผู้สมัครของจังหวัดภูเก็ต คือ เทมส์ ไกรทัศน์ ให้ผู้สนับสนุนได้รู้จัก แต่จริงๆแล้วทางพรรคจะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต พร้อมกันทั้ง 3 เขต อีกครั้ง ขณะนี้ทั้ง 3 เขต มีรายชื่ออยู่ในมือแล้ว
นายกรณ์ กล่าวต่อไปว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดชั้นนำ ไม่ใช่แค่ระดับประเทศเท่านั้น แต่เป็นชั้นนำในระดับโลก แต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถที่จะแสดงศักยภาพของความเป็นภูเก็ตได้อย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาการเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี มีความสำเร็จในระดับหนึ่ง สามารถที่จะนำไปขยายผลในการพิจารณา
แต่สิ่งที่จะต้องมองต่อไปในการการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตคนภูเก็ตจะต้องมีส่วนร่วม ซึ่งภูเก็ตยังมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ภูเก็ตมีของดีเยอะโดยเฉพาะเรื่องของธรรมชาติที่มีความสวยงาม แต่เรื่องของระบบสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นถนน น้ำท่วม ขาดแคลนน้ำ จะต้องเร่งแก้ไข เยียวยา จากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทำให้มองเห็นว่าภูเก็ตเป็นเมืองพิเศษ ในอนาคตควรจะมีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ คนภูเก็ตควรจะมีส่วนในการบริหารจัดการและ กำหนดอนาคตตัวเองมากขึ้น
นายกรณ์ กล่าวต่อไป เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางพรรคกล้ามองว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตควรจะมาจากการเลือกตั้ง เพื่อที่ภูเก็ตจะได้มีสิทธิ์มีเสียงในการพัฒนาและกำหนดอนาคตของภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาก็ทราบอยู่แล้วว่าความต้องการของคนภูเก็ตต้องรอให้ส่วนกลางเป็นผู้กำหนด ซึ่งไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนภูเก็ต บางครั้งสิ่งที่ทางส่วนกลางมองว่าเหมาะสมกับที่อื่น แต่จริงๆแล้วไม่เหมาะกับจังหวัดภูเก็ตก็ได้ การที่รอให้ทางส่วนกลางกำหนดทำให้การพัฒนาไม่ตรงกับโจทย์ปัญหาบ้าง ล่าช้าบ้าง
ซึ่งจริงๆแล้วคนที่รู้ดีที่สุดว่าอนาคตของภูเก็ตควรจะเดินไปทางไหนคือตัวคนภูเก็ตเอง ซึ่งคนภูเก็ตจะรู้ดีว่าปัญหาของภูเก็ตมีอะไร การแก้ปัญหาต้องทำอย่างไร รวมตัวบุคคลที่เหมาะสมที่จะเข้ามาเป็นตัวตัวแทนของคนจังหวัดภูเก็ต ในการเข้ามาพัฒนา แก้ปัญหา และและสร้างโอกาสในการนำภูเก็ตไปสู่เวิร์ลคลาส ตามที่ควรจะเป็น ซึ่งเรื่องเหล่านี้คนภูเก็ตรู้ดีที่สุด ว่าควรจะเลือกใครมาเป็นผู้นำ
นายกรณ์ กล่าวต่อไปว่า การผลักดันให้ภูเก็ตบริหารจัดการและผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้งที่ยังไม่ประสบความสำเร็จคิดว่ามีปัญหาอยู่ที่การเมืองระดับประเทศ รวมทั้งวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับประเทศ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าความต้องการของแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างที่มีหลากหลาย จะมาใช้สูตรเดียว วิธีการเดียวกันไม่ได้ หลายๆปีที่ผ่านสามารถตอบได้แล้วว่านโยบายต่างๆที่กำหนดมาไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาในทุกพื้นที่ได้ เห็นได้ชัดอย่างจังหวัดภูเก็ต ว่าทำไมแซนด์บ็อกซ์ต้องเกิดขึ้นที่ภูเก็ต เมื่อเกิดแซนด์บ็อกซ์แล้วทำไมยังไม่ตอบโจทย์ ทำไมนักท่องเที่ยวยังมาน้อย ทำไมประชาชนยังไม่ได้ประโยชน์จากรายได้ที่เกิดขึ้น เพราะเรื่องนี้ยังไปไม่สุด ถ้าจะให้สุดต้องคนที่จะนำแนวความคิดนี้ไปปฏิบัติต้องเป็นคนภูเก็ตที่ได้รับการเลือกมา เพราะฉะนั้นเรื่องของการเลือกตั้งผู้ว่าภูเก็ต จะต้องเป็นความตั้งใจของผู้อำนาจส่วนกลางด้วย ถ้าผู้นำมีความตั้งใจเชื่อว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นแน่
ซึ่งในส่วนของพรรคกล้า มีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของตนจังหวัดภูเก็ต ที่จะสามารถบริหารจัดการตนเองได้แบบเบ็ดเสร็จ ผู้ว่าฯของภูเก็ตจะต้องมีอำนาจบริการจัดการทั้งหมด แบบบูรณาการ กับทุกหน่วยงาน อำนาจในการบริหารจะจัดการจะต้องอยู่ในมือของผู้ว่าทั้งหมด จึงจะสามารถทำงานบริหารจัดการพัฒนาจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่ง ทุกแนวทาง ขึ้นอยู่กับคนภูเก็ตว่าจะกล้าทำ หรือ กล้าที่ลองหรือไม่ แต่พรรคกล้า กล้าที่จะผลักดันให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อคนภูเก็ต









