หน้าแรก ข่าวสำคัญ หนุ่มอังกฤษ ขู่ทำร้าย ผจก.โรงแรม จ่ายค่าปรับ ค่าคีย์การ์ด

หนุ่มอังกฤษ ขู่ทำร้าย ผจก.โรงแรม จ่ายค่าปรับ ค่าคีย์การ์ด

หนุ่มอังกฤษ ขู่ทำร้าย ผจก.โรงแรม ปั้นน้ำเป็นตัว “ตำรวจท่องเที่ยว” ไม่เชื่อ! เจอ 2 เด้ง จ่ายค่าปรับ กับค่าคีย์การ์ด

เจอตัวแล้ว หนุ่มอังกฤษ “หัวร้อน”หลังก่อเหตุข่มขู่จะทำร้าย ผู้จัดการสาว หลังทำคีย์การ์ดของโรงแรมหายแล้วไม่รับผิดชอบ ค่าเสียหายเป็นเงิน 500 บาท ก่อนจะเผ่นหนีไป แต่ในที่สุดหนุ่มอังกฤษกลับเดินเข้าสู่โหมด ตามตำราสุภาษิต “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย”จนมุมดื้อๆ หลังขึ้นไปบน สถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ก่อนปั้นน้ำเป็นตัว บอกว่าโดนโรงแรมยึดพาสปอร์ตไป ขอให้ตำรวจไปช่วยตามคืน แต่ตำรวจเกิดเอ๊ะ สุดท้ายโป๊ะแตกเจอตำรวจท่องเที่ยวจับโกหก ถูกคุมตัวส่งตำรวจพัทยาดำเนินคดี ปรับข้อหา“ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว” 1 พันบาท พร้อมกับต้องไปจ่ายค่าคีย์การ์ดอีกด้วย

กรณี หนุ่มเมืองผู้ดีชาวอังกฤษ ทำคีย์การ์ดเปิดห้องพักหาย หลังจากเข้าพักโรงแรม ถนนสายสาม ย่านพัทยาเหนือ แต่พอถึงวันเช็คเอ้าท์ ในช่วงตอนสายของวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กลับเบี้ยวไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายที่ทางโรงแรมต้องไปทำการ์ดใหม่ เป็นเงิน 500 บาท แต่กลับแสดงสันดานสถุล ระเบิดอารมณ์เดือด ด้วยถ้วยคำหยาบคาย เข้าใส่พนักงานและผู้จัดการโรงแรมที่เป็นผู้หญิง อีกทั้งยังข่มขู่ด้วยท่าทางลักษณะจะทำร้ายผู้จัดการสาว  ก่อนเผ่นหนีไป โดยลืมพาสปอร์ตไว้ที่บริเวณเคาท์เตอร์ของโรงแรม

ต่อมา ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นางสาวกัญญาพัคฐ์ศร ผู้จัดการฯ นำความเข้าแจ้งกับ พ.ต.ท.สุธีรพันธ์  ทาปศรี สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เพราะเกรงว่าผู้ก่อเหตุอาจจะผูกใจเจ็บ ย้อนกลับมาอีก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 นาย เดวิด หนุ่มชาวอังกฤษ วัย 27 ปี ได้ไปปรากฏตัวยัง สถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยสวมบท “เด็กเลี้ยงแกะ” ปั้นน้ำเป็นตัว บอกกับทางตำรวจว่า ถูกโรงแรมยึดพาสปอร์ตไว้ ขอให้ทางตำรวจช่วยไปทวงคืนให้ด้วย

ทาง พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา พร้อม พ.ต.ท. อภิชาติ จารุรักษ์ สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 และพ.ต.ท.ภาวิตร  ฉิมพาลี สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ซึ่งทราบข้อมูลเบื้องต้นอยู่ก่อนหน้าแล้ว จึงประสานแจ้งให้ผู้เสียหายทราบเรื่อง ก่อนนำตัว นาย เดวิด จอห์น สจ๊วต วิลเด้น ไปมอบให้ พ.ต.ท.สุธีรพันธ์  ทาปศรี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เจ้าของคดี

ภายหลังจากรับตัวไว้แล้ว พ.ต.ท.สุธีรพันธ์  ทาปศรี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ได้โทรศัพท์แจ้งให้นางสาวกัญญาพัคฐ์ศร ทราบเรื่อง ซึ่งทางฝ่ายผู้เสียหายขอให้ทางตำรวจดำเนินคดีไปตามกฎหมาย รวมทั้งให้ตำรวจช่วยว่ากล่าวตักเตือนอบรมผู้ก่อเหตุอย่าไปทำกับใครแบบนี้อีก

พ.ต.ท.สุธรพันธ์ จึงแจ้งข้อหา “ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว” ปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000บาท พร้อมกับ ว่ากล่าวอบรมผ่านล่าม และจัดทำประวัติไว้ หลังดำเนินการเสร็จสิ้น จึงให้นายเดวิดฯ ไปรับพาสปอร์ตคืนที่โรงแรมด้วยตัวเอง และจ่ายเงินค่าทำคีย์การ์ดหาย 500 บาท ให้กับทางโรงแรมด้วย

ด้าน นางสาวกัญญาพัคฐ์ศร  ผู้จัดการโรงแรม กล่าวว่า ช่วงขณะเกิดเหตุ โทรแจ้งไปที่สายด่วน 191 ต่อมาก็มีตำรวจสายตรวจในพื้นที่โทรกลับมา แต่ผู้ก่อเหตุหนีไปแล้ว จึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา ขณะเดียวกัน ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ก็ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ สอบสวนข้อมูลเบื้องต้น และไล่กล้องวงจรปิด แต่ยังไม่พบตัว

ผู้จัดการโรงแรมฯ บอกต่ออีกว่า สุดท้ายผู้ก่อเหตุ กลับเดินขึ้นไปสถานีตำรวจท่องเที่ยวด้วยตัวเอง เพื่อโกหกว่าทางโรงแรมยึดพาสปอร์ตไว้ แต่ทางตำรวจท่องเที่ยวเกิดเอะใจ จึงได้โทรกลับมาสอบถามอีกครั้ง พอได้รับการยืนยัน ตำรวจท่องเที่ยว จึงได้นำตัวส่งดำเนินคดีที่ สภ.เมืองพัทยา

“ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี บอกว่า นาย เดวิด รู้สึกสำนึกผิดต่อการกระทำดังกล่าว และอยากจะนำกระเช้าดอกไม้ มาขอโทษ แต่ตัวเองได้บอกไปว่า ไม่ต้อง ขอให้สำนึกผิดจริงๆ และอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก สำหรับพาสปอร์ต ที่เจ้าตัวรีบร้อนลนลานจนลืมทิ้งไว้ หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนทางกฎหมาย ให้ทางมิสเตอร์เดวิดฯมารับคืนได้ด้วยตัวเอง ซึ่งทางโรงแรมได้เก็บรักษาไว้ เป็นอย่างดี เพราะรู้ว่ามันคือเอกสารสำคัญของเขา” ผู้จัดการโรงแรม กล่าวในตอนท้าย

Subscribe
Advertisement
Goong Nang Suksawat
Goong Nang is a News Translator who has worked professionally for multiple news organizations in Thailand for more than nine years and has worked with The Pattaya News for more than six years. Specializes primarily in local news for Phuket, Pattaya, and also some national news, with emphasis on translation between Thai to English and working as an intermediary between reporters and English-speaking writers. Originally from Nakhon Si Thammarat, but lives in Phuket and Krabi except when commuting between the three.
×