หน้าแรก ข่าวกลางคืน ส.ส.เต้ ลุยซอยบางลา หาดป่าตอง รับหนังสือจากชมรมผู้ประกอบการขอปิดตี 4

ส.ส.เต้ ลุยซอยบางลา หาดป่าตอง รับหนังสือจากชมรมผู้ประกอบการขอปิดตี 4

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ บริเวณซอยบางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นย่านศูนย์รวมสถานบันเทิงเป็นจำนวนมากหรือวอล์กกิ้งสตีทที่ชาวต่างชาติรู้จักกันทั่วโลก นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง และคณะ ได้ยื่นหนังสือให้กับ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ-หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และรองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Enterainment Complex) เพื่อขอให้พิจารณาช่วยเหลือแก้ปัญหาเมืองท่องเที่ยวภูเก็ต โดยเฉพาะในประเด็นการเปิดให้บริการสถานบันเทิงได้ถึงเวลา 4 นาฬิกา เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของเมือง ตลอดจนเพื่อจะได้ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 โอกาสนี้ยังได้มีการเดินเยี่ยมชมบรรยากาศภายในซอยบางลาด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากพนักงานและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

สำหรับสาระสำคัญของหนังสือฉบับดังกล่าว ระบุว่า จากสภาพปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ เนื่องจากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19 ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปังจุบัน ทำให้จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แม้รัฐบาลพยายามจะให้ภูเก็ตเป็นเมืองนำร่อง เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวและนำรายได้เข้าประเทศ แต่ปัญหายังไม่สามารถแก้ได้ เนื่องจากกฎหมายที่บังคับใช้มานานหลายสิบปีไม่มีการแก้ไข

ดังนั้นชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง และประชาชนหลากหลายอาชีพ จึงมีความประสงค์ให้นายกรัฐมนตรีกรุณาลงมาแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการ ประชาชนและประเทศชาติ คือ 1.เรื่องระยะเวลาเปิดปิดสถานบันเทิงที่ใช้กฎหมายมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 โดยมีการปรับเปลี่ยนการปิดสถานบริการออกไปคราวเดียว คือ เมื่อ พ.ศ.2547 ที่ได้เลื่อนการปิดสถานบริการจาก 24.00 น.ไปเป็น 01.00 น.(ในเขตโซนนิ่ง) ส่วนนอกเขตยังเป็นเวลาเดิม 2.จากกรณีที่รัฐบาลได้มีนโยบายให้มีการเปิดบ่อนกาสิโน เพื่อป้องกันเงินไม่ให้รั่วไหลออกนอกประเทศและเป็นการสร้างรายได้ให้รัฐ ทุกภาคส่วนของจังหวัดภูเก็ตเห็นว่า ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกรู้จักและต้องการมาท่องเที่ยวอยู่แล้ว หากจะเป็นการส่งเสริมและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ขึ้นอีก และยังสร้างรายได้ให้ประเทศชาติและชุมชนอย่างมหาศาล 3.เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว ต้องปฏิบัติตามนโยบายและกฎหมายเฉกเช่นเดียวกันกับจังหวัดเกษตรกรรม หรือจังหวัดที่ไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยว ทำให้เกิดปัญหามากมาย ทั้งฝ่ายปกครองและเจ้าพนักงานตำรวจ รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของเมืองท่องเที่ยวและการบริหารเมืองได้คล่องตัว จำต้องมีกฎหมายพิเศษออกมา เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าว เห็นควรให้จังหวัดภูเก็ต เป็นเขตปกครองเศรษฐกิจท่องเที่ยว ให้มีอำนาจปกครองตนเอง เพื่อออกข้อบังคับหรือนโยบายที่สองคล้องกับบริษัทของเมือง เพื่อสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นและส่วนกลาง อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางผู้ประกอบการได้มีความพยายามในการเรียกร้องขอขยายระยะเวลาในการเปิดสถานบันเทิงมาอย่างต่อเนื่องนับ 10 ปี แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จากสถานการณ์วิด-19 จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการที่จะปรับแก้กฎหมายหรือประกาศให้เหมาะสม เพื่อจะได้กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพต่างๆ ตามมาอีกมากมาย

ด้าน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ-หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และรองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Enterainment Complex) กล่าวภายหลังรับหนังสือฉบับดังกล่าวว่า ในเรื่องของสถานบันเทิงแบบครบวงจร หรือ Enterainment Complex ตนเป็นผู้นำเสนอเรื่องนี้ต่อสภาฯ เอง ซึ่งมี 2 มิติ คือ มิติก่อนปี 2562 ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 3.6 ล้านล้านบาท และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 รายได้เราขาดหายไป 6.0 ล้านล้านบาท และภาษีอีกกว่า 1.2 ล้านล้านบาทที่หายไป แม้ขณะนี้เราจะเปิดประเทศแล้ว แต่นักท่องเที่ยวก็ยังมีไม่มากพอ โดยปกติแล้วเราจะมีนักท่องเที่ยวในแต่ละปี (ปี 2562) กว่า 40 ล้านคน และรายได้อันดับ 2 รองมาจากรุงเทพฯ คือ ภูเก็ต ในปี 62 ราว 4 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังคงมีนักท่องเที่ยวน้อยนิด ส่วนใหญ่จะเป็นทางยุโรปและอินเดีย ซึ่งเรื่องนี้เราเคยรับมาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงปี 62 แต่ในช่วงนั้นยังปิดประเทศ จึงทำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ขณะนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะเริ่มสร้างรายได้ให้กับประเทศและจังหวัดภูเก็ต โดยธนาคารหรือสถาบันการเงินจะต้องไม่ตรวจเครดิตบูโร มิฉะนั้นผู้ประกอบการไม่สามารถกู้เงินมาลงทุนหรือฟื้นฟูสถานประกอบการได้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเกี่ยวเนื่องต่างๆในพื้นที่

“แม้ภูเก็ตยังไม่ได้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่เป็นเมืองพิเศษอยู่แล้ว ฉะนั้นจะทำอย่างไรที่จะเลี้ยงดูตัวเองได้โดยไม่ต้องกู้เงิน ซึ่งรัฐบาลยังคงมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ เท่ากับขาดทุนปีละ 8 แสนล้านบาท และในวันที่ 6 มิ.ย.65 นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมายัง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นโอกาสที่ดี จึงอยากฝากไปยังนายกรัฐมนตรีว่า ในการเริ่มเศรษฐกิจที่ดีและการยกเลิกเช็คเครดิตบูโรของผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแบบชั่วคราว เพื่อปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการ โดยให้อำนาจกระทรวงการคลังออกกฎ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ ขณะที่หากมีการปรับเปลี่ยนเวลาเปิดปิดสถานบันเทิงได้จะเป็นการลดส่วยของกระทรวงมหาดไทย โดยนายอำเภอ ผู้ว่าฯ ไม่ต้องเก็บส่วย และตำรวจในพื้นที่ก็ไม่ต้องเก็บส่วย ซึ่งในทางปฏิบัติปิดกันเที่ยงคืน แต่มีการผ่อนผันการปิดออกไปถึง 02.00 น.จึงมีช่องว่างในการเก็บส่วย ถ้าขยายเวลาการปิดได้จะเป็นการลดการคอรัปชั่นได้ด้วย” นายมงคลกิตติ์ในที่สุด

Subscribe
Advertisement
Adam Judd
Mr. Adam Judd is the Chief of Content of TPN media, English language, since December 2017. He is originally from Washington D.C., America. His background is in HR and Operations and has written about news and Thailand for a decade now. He has lived in Pattaya for about ten years as a full-time resident, is well known locally and been visiting the country as a regular visitor for over 15 years. His full contact information, including office contact information, can be found on our Contact Us page below.Stories please e-mail Editor@ThePattayanews.com About Us: https://thephuketexpress.com/about-us/ Contact Us: https://thephuketexpress.com/contact-us/
×