สองสาวเปิดศึกเดือด ไล่แทง-ตบกันนัว ชายถอดเสื้อคุมเชิง ทำนักท่องเที่ยวแตกตื่น
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 9 มกราคม 2569 พ.ต.ท.ธรรพ์ณธร กตัญญู รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณชายหาดพัทยา ซอย 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติยืนมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก โดยมีผู้หญิง 2 รายกำลังทะเลาะตบตีกันอย่างรุนแรง ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้พบเห็น หนึ่งในผู้หญิงที่ก่อเหตุใช้อาวุธเป็นเหล็กแหลมไล่แทงหญิงอีกฝ่ายซึ่งสวมเสื้อสีดำ จนได้รับบาดเจ็บตามแขนและศีรษะ ขณะที่ผู้ชายถอดเสื้อยืนคุมเชิงอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ คอยตะโกนข่มขู่ไม่ให้ผู้ใดเข้าไปห้ามปราม
ชาวบ้านและ นักท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงพยายามตะโกนห้าม พร้อมโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จ โดยสามารถควบคุมตัวหญิงผู้ก่อเหตุ พร้อมชายถอดเสื้อซึ่งทราบชื่อภายหลังว่า “บัง” ขณะพยายามขับรถเก๋งหลบหนี นำตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา ด้านผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เนื่องจากมีบาดแผลจากของมีคมบริเวณแขนและศีรษะ
สอบถามพยานในที่เกิดเหตุให้ข้อมูลว่า ผู้หญิงทั้งสองฝ่ายเคยมีปากเสียงทะเลาะด่าทอกันมาก่อนเมื่อประมาณ 2 วันก่อน บริเวณชายหาดพัทยา โดยมีชายชื่อ “บัง” คอยเข้ามาแทรกแซงและก่อเหตุหาเรื่องกับคนในละแวกดังกล่าว กระทั่งในวันเกิดเหตุ ชายคนดังกล่าวขับรถเก๋งมาจอดริมชายหาด พร้อมตะโกนท้าทายไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง ก่อนจะยืนคุมเชิงให้ผู้หญิงที่มาด้วยใช้อาวุธไล่แทงและทำร้ายคู่กรณี

ขณะที่ผู้บาดเจ็บ ซึ่งขอสงวนนามจริงและให้ข้อมูลเพียงชื่อเล่นว่า “น้องตันหยง” เปิดเผยว่า ตนมีปัญหากับหญิงผู้ก่อเหตุชื่อ “มายด์” มาก่อนจากการทะเลาะกันเมื่อสองวันก่อน กระทั่งคืนเกิดเหตุ ชายชื่อบังขับรถมาจอด ก่อนตะโกนข่มขู่ไม่ให้ใครเข้ามาห้าม จากนั้นฝ่ายหญิงได้ปรี่เข้ามาทำร้าย ใช้เหล็กแหลมแทงเข้าที่ศีรษะและไหล่ จนตนได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่มีพลเมืองดีถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐานและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือได้ทัน
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดไว้สอบสวน พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน และจะเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อสรุปสาเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป










