หน้าแรก ข่าวประเทศไทย ภูเก็ตยกระดับความร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม UNDP และธนาคารพัฒนา SMEs

ภูเก็ตยกระดับความร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม UNDP และธนาคารพัฒนา SMEs

การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จังหวัดภูเก็ต ผ่านความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ต สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กระทรวงยุติธรรม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

ภูเก็ตยกระดับความร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม UNDP และธนาคารพัฒนา SMEs ตั้งเป้าเป็นจังหวัดธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน

จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย 29 พฤษภาคม 2567 – สำนักงานจังหวัดภูเก็ต สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมและธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในจังหวัดภูเก็ต โดยพิธีลงนามได้จัดขึ้น ณ โรงแรมดารา จังหวัดภูเก็ต ซึ่ง MOU ฉบับนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในจังหวัดภูเก็ต โดยมีนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชน เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ดังกล่าว

พิธีลงนาม MOU มีจุดมุ่งหมายส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชนในกลุ่มธุรกิจ SMEs ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ในปัจจุบันภาคธุรกิจในจังหวัดภูเก็ตมีการจ้างงานมากกว่า 300,000 คน และมีกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs มากถึง 46,000 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคธุรกิจการท่องเที่ยว

นางสาวรตญา กอบศิริกาญจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานตามกรอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ว่า “วัตถุประสงค์ของ MOU เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ เราคาดหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นพลังสำคัญที่จะร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ตระหนักถึงความสำคัญของการประกอบธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างครอบคลุมทุกมิติ และเพื่อเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานสนับสนุน SMEs ในการประกอบธุรกิจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเกิดเครือข่ายองค์กรธุรกิจต้นแบบที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรที่มีนโยบายหรือแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน”

นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเปิดเผยว่า “ในระยะเวลาที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตได้เผชิญกับความท้าทายต่างๆ รวมถึงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของจังหวัด ซึ่งการดำเนินธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียวอาจต้องแลกมาด้วยสภาพการทำงานที่ไม่เป็นธรรม และผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นแรงงานข้ามชาติและแรงงานนอกระบบ จะมีความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังมากขึ้น ดังนั้น การรับรองว่าธุรกิจมีการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบ และการเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนของเราต่อไป”

นายเรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย ชี้ว่า “จากผลการสำรวจความก้าวหน้าด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของจังหวัดภูเก็ตในมิติต่างๆ ที่ UNDP ได้จัดทำขึ้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศของจังหวัดภูเก็ตด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน (SDG 3) การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและธุรกิจไมซ์ (SDG 8) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (SDG 9) อย่างไรก็ตาม ภูเก็ตยังเผชิญกับความท้าทายในด้านการจัดการแรงงานนอกระบบ (SDG 8) อัตราการว่างงานที่สูง และการจัดการขยะที่ไม่เพียงพอ (SDG 11) โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ความร่วมมือภายใต้ MOU จะนำไปสู่การสร้างกรอบการทำงานของแต่ละภาคส่วนอย่างเข้มแข็งเพื่อสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

นางสาวดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า “ความร่วมมือภายใต้ MOU นี้มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนและหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนไปสู่ระดับภูมิภาค ที่ผ่านมากรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีการดำเนินงานเชิงรุกกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจในหน้าที่ และบทบาทของแต่ละฝ่ายในการผลักดันเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย จังหวัดภูเก็ตถือเป็นหนึ่งในพื้นที่
ยุทธศาตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวาระดังกล่าว เนื่องจากจำนวนผู้ประกอบการภาคธุรกิจ และความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ความร่วมมือภายใต้ MOU ครั้งนี้จึงถือได้ว่ามีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการขับเคลื่อนแผนงานและหลักการสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาค เพื่อขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ต่อไปในอนาคต”

นายพิชิต มิทราวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวปิดท้ายว่า “ทาง SME D Bank ทุ่มเทเพื่อเสริมสร้างแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนในกลุ่มลูกค้า SMEs ของเรา โดย MOU ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงก้าวสำคัญในการให้การสนับสนุนแก่กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs เพื่อบูรณาการไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ซึ่งจะผลต่อถึงความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการกลุ่มนี้อย่างยั่งยืนในระยะยาว และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปอย่างควบคู่กัน”

กิจกรรมแรกภายใต้กรอบความร่วมมือนี้จะเป็นการอบรมหลักสูตรสองวันด้านการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน และเคารพสิทธิมนุษยชนสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจผ่านกระบวนการติดตามตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นก้าวแรกในการสร้างเสริมความรู้ และความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งคาดหวังว่าจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจ SMEs ที่มีความเข็มแรง และเป็นต้นแบบด้านการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมให้พื้นที่อื่นๆ ต่อไป

Subscribe
Advertisement
Adam Judd
Mr. Adam Judd is the Chief of Content of TPN media, English language, since December 2017. He is originally from Washington D.C., America. His background is in HR and Operations and has written about news and Thailand for a decade now. He has lived in Pattaya for about ten years as a full-time resident, is well known locally and been visiting the country as a regular visitor for over 15 years. His full contact information, including office contact information, can be found on our Contact Us page below.Stories please e-mail Editor@ThePattayanews.com About Us: https://thephuketexpress.com/about-us/ Contact Us: https://thephuketexpress.com/contact-us/
×