หน้าแรก ข่าว อาชญากรรม “ป.ป.ส.” เผย ปัญหา “ยาบ้า” เกลื่อนเมือง ผลิตง่าย ต้นทุนต่ำ เร่งผลักดัน “โซเดียมไซยาไนด์” สารตั้งต้นเป็นยาที่้ต้องควบคุม แจงครอบครองยาเสพติดน้อยกว่า 15...

“ป.ป.ส.” เผย ปัญหา “ยาบ้า” เกลื่อนเมือง ผลิตง่าย ต้นทุนต่ำ เร่งผลักดัน “โซเดียมไซยาไนด์” สารตั้งต้นเป็นยาที่้ต้องควบคุม แจงครอบครองยาเสพติดน้อยกว่า 15 เม็ด ก็มีความผิด ไม่ได้เป็นเพียง ผู้ป่วยที่ต้องบำบัดอย่างเดียว

            เมื่อวันที่ 10 ต.ค. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส เปิดเผยถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดในประเทศไทยว่า ขณะนี้มีมาตรการแก้ไขปัญหายาเสพติด 6 มาตรการ คือ การป้องกัน การปราบปราม การยึดอายัดทรัพย์ การบำบัดรักษา การร่วมมือกับต่างประเทศ การบริหารจัดการ ซึ่งการป้องกันจะต้องควบคู่ไปกับงานปราบปรามด้วย เพราะถือว่า หากไม่มีคนใช้ยาเสพติด ผู้ค้าก็ขายไม่ได้
         สำหรับแหล่งผลิตยาเสพติดที่อยู่นอกประเทศนั้น ป.ป.ส. ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนการข่าวอยู่ตลอด ช่วยกันจับกุมและสกัดกั้น ไม่ให้เข้ามาในประเทศ นอกจากนี้ยังขยายไปถึงโซนยุโรป ล่าสุด ประเทศออสเตรเลีย เชิญนายวิษณุ เครืองาน รองนายกรัมนตรี , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และป.ป.ส. ไปศึกษาดูงาน

           ส่วนการแพร่ระบาดของยาเสพติดนั้น ยอมรับว่า ขณะนี้สารตั้งต้นในการผลิต คือ โซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งสารตัวดังกล่าว ยังไม่ผิดกฎหมาย แต่ป.ป.ส.กำลังผลักดัน เพื่อให้เกิดการควบคุม ไม่ให้ไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้หารือกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA) เร่งรัดให้เกิดการควบคุมเคมีภัณฑ์ตัวนี้ อีกทั้งต้นทุนต่ำ เครื่องมือที่ใช้ในการผลิตจากเดิมที่ใช้ชั่วโมงละ 2,700 บาท ตอนนี้เป็นระบบไฮดรอลิคสามารถผลิตได้ชั่วโมงละ 180,000 เม็ด หากถามว่ายาเสพติดหาง่ายหรือไม่ ในกลุ่มของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหาง่ายจริง แต่คนที่ไม่เคยใช้ก็หาไม่ได้
            นายวิชัย กล่าวถึงหลักการ ผู้เสพ คือ “ผู้ป่วย” ต้องได้รับการบำบัดรักษา ว่า ไม่ใช่นโยบายของ ป.ป.ส.อย่างเดียว แต่เป็นนโยบายของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก ค.ศ. 2016 มีมติว่า จะแก้ไขปัญหายาเสพติดแนวใหม่ หรือ อาชญากรยาเสพติด จะต้องมีโทษสูงสุดประหารชีวิต แต่ในกรณีผู้เข้าไปเสพถือว่าเป็นเหยื่อและคนที่เข้าไปใช้ส่วนใหญ่จะมีอาการทางจิตหรือจิตอ่อน จิตไม่มีความเข้มแข็ง ดังนั้นจะต้องรักษาทางจิต ซึ่งต้องใช้ทางการแพทย์ในการรักษา

           ทั้งนี้ไม่ใช่ใครครอบครองยาเสพติดไม่เกิน 15 เม็ด จะเป็นผู้ป่วย ซึ่งในทางกฎหมายกำหนดชัดเจน หากมีสารเสพติดในร่างกาย ถือว่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 20,000 บาท แต่หากมีทั้งยาเสพติดและมีสารเสพติดในร่างกายก็จะมีโทษ 2 ปีปรับไม่เกิน 40,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่จะให้โอกาสสมัครใจเข้าบำบัด ซึ่งหากไม่สมัครใจก็จะดำเนินการเข้าสู่การบังคับ ซึ่งจะต้องดูจากพฤติการณ์หากมี 3-4 เม็ดและตรวจปัสสาวะไม่เจอ ก็จะตรวจสอบอย่างอื่นประกอบ เช่น การประกอบอาชีพ เส้นทางการเงิน เงินในบัญชี อาจมีโทษไม่เกิน15ปี

           ทั้งนี้ขอฝากประชาสัมพันธ์ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่ 1386 โดยรับรองเรื่องการรักษาความลับและความปลอดภัยของผู้แจ้งอย่างแน่นอน 100% เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่ถามชื่อหรือประวัติ อีกทั้งเบอร์ที่โทรเข้ามาจะไม่ปรากฎบนข้อมูของเจ้าหน้าที่ ปีที่ผ่านมามีผู้แจ้งเบาะแสเข้ามา 16,000กว่าเรื่อง ดำเนินการไปแล้ว 80% ส่วนอีก 20% ไม่ใช่ไม่ทำ แต่ต้องสืบสวนทางลับก่อน
Subscribe
Advertisement
×