บุกรังคนจีนเจอแท่นผลิตสารยๅku ค้นเจอยาไaซ์-ยาku เพียบ

ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังบุกรังคนจีน ผงะเจอแท่นผลิตสารยๅku แถมหัวหมอเทสารตั้งต้นลงส้วม ค้นเจอยาไaซ์-ยาku เพียบ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2568 ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา , สภ.หนองปรือ , สภ.ห้วยใหญ่ , ตำรวจท่องเที่ยว , ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง , และ ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง สนธิกำลังกว่า 40 นาย เข้าปิดล้อม 2 หลัง ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งริมถนนสายห้วยใหญ่ ม.1 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังจากมีการขยายผลมาจากกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งถูกจับในข้อหา ผลิตบุหรี่ไฟฟ้ายาเค หรือ พ็อตเค ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ก่อนหน้านี้ (เมื่อ 2 วันก่อน)

จากการเข้าปิดล้อม บ้านหลังดังกล่าวเป็นลักษณะบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น สร้างติดกัน โดยตำรวจมีการกระจายกำลังปิดล้อม ก่อนจะเข้าตรวจค้นบ้านทั้ง 2 หลังพร้อมกัน หลังแรกจากการเข้าตรวจสอบพบ ชายชาวจีน 2 คน และ หญิงชาวเวียดนาม 1 คน นั่งอยู่ในบ้าน ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบยาเคอยู่ในจานกินข้าว , กระปุกใส , และ ถุงพลาสติกใส พร้อมกับอุปกรณ์เศษยาเควางอยู่ที่โต๊ะรับแขกจำนวนมาก อีกทั้งยังพบยๅไaซ์แบบเกรดใส น้ำหนักรวมกว่า 5 ขีด ( 500 กรัม ) พร้อมอุปกรณ์เสwยๅไaซ์ วางกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณบ้าน และยังพบบุหรี่ไwฟ้ายๅK หรือ พ็อตยาเค 2 อัน ตำรวจจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

ซึ่งจากการตรวจยึดยๅเสwติดจำนวนดังกล่าว คนจีนที่อยู่ในบ้าน ซึ่งให้การยอมรับว่าเป็นเจ้าของยาเสwติดทั้งหมดคือ นายไคหยู่ หลิน อายุ 38 ปี ( Mr. Kai ) โดยอ้างว่าซื้อมาเสwเอง โดยคนที่ซื้อมาให้เป็นสาวเอ็นนเตอร์เทน (เด็กเอ็นฯ) ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา พร้อมทั้งยืนยันกับตำรวจว่าตนเองซื้อมาเสwเท่านั้นไม่ได้นำไปขายให้ใคร ส่วนเพื่อนที่อยู่ในบ้าน เป็นชายชาวจีน 1 คน ( Mr. Chan อายุ 40 ปี ) และ หญิงชาวเวียดนาม 1 คน ( Mrs. Nguyen  อายุ 32 ปี ) โดยทั้ง 2 คนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยๅเสwติd ที่ตำรวจค้นเจอภายในบ้าน

ส่วนบ้านหลังที่ 2 ตำรวจต้องตกตะลึง เมื่อขณะที่เข้าตรวจสอบพบว่ามีชายชาวจีน ทราบชื่อว่านายซวงฉี่ อายุ 46 ปี อายุ 46 ปี สัญชาติจีน เชื้อสายมาเลเซีย วิ่งหนีไปบริเวณห้องน้ำชั้น 2 และ พยายามเทสารเคมี จากโหลขวดแก้วสีน้ำตาล จำนวน 2 ขวด ลงในชักโครรก จนเกลี้ยงขวด ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวพร้อมทั้งตรวจค้นภายในบ้านพบ อุปกรณ์คล้ายกับเป็นอุปกรณ์ผลิตสารเคมี ยี่ห้อภาษาจีน โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในสภาพใหม่เอี่ยมยังไม่เคยผ่านการใช้งาน ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดคล้ายกับเป็นอุปกรณ์ผลิตยาเค แบบผสมสารเคมีเอง นอกจากนี้ยังพบ สารเคมี ประเภทโซเดียม , เมทานอล , และอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งซึ่งยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นสารเคมีชนิดใด รวมถึงซองซิบ พลาสติกใส จำนวนมาก จำนวนจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ นายซวงฉี่  อายุ 46 ปีให้การอ้างว่าตัวเองทำหน้าที่เฝ้าบ้านหลังดังกล่าวให้กับ นายจ้างชาวไต้หวัน ได้ประมาณ 1 ปี โดยนายจ้าง บอกว่ากำลังเปิดบริษัทเกี่ยวกับการผลิตสารเคมีบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าเป็นสารเคมีประเภทไหน ส่วนนายจ้างจะเดินทาง ไปๆมาๆ ทุกครั้งที่มาจะนำสารเคมีมาด้วย พร้อมทั้งยอมรับว่ามีการเทสารเคมีลงไปในชักโครก เนื่องจากนายจ้างสั่งไว้ว่าหากมีเจ้าหน้าที่มาตรวจและเห็นสถานการณ์ไม่ดี ให้รีบทำลายสารเคมีลงในชักโครกทันที โดยตนเองเห็นว่ามีตำรวจบุกเข้ามาตรวจค้นจึงตัดสินใจเทสารเคมีลง ชักโครกดังกล่าว

สำหรับการตรวจค้นบ้านชาวจีนในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก พลตำรวจโท ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้สั่งให้ชุดสืบสวน ของแต่ละโรงพักในเขตพื้นที่อำเภอบางละมุง กว่าล้างจับกุมกลุ่มคนจีนที่มีการกระทำผิดทุกรูปแบบโดยเฉพาะในเรื่องของยๅเสwติด จนล่าสุดมีการจับกุมกลุ่มคนจีนลักลอบกระทำความผิดผลิตบุหรี่ไwฟ้าuาK (พ็อตเค) และให้การสะท้อนว่ามีแหล่งผลิตอยู่ในเขตพื้นที่ สภ.ห้วยใหญ่ และตัวการใหญ่กำลังเก็บข้าวของหลบหนีออกนอกประเทศไทย จึงได้มีการสนธิกำลังจากหลายหน่วยงานเข้าทำการตรวจสอบบ้านคนจีน และสามารถยึดของกลางได้จำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ คำให้การของกลุ่มชาวจีนกลุ่มนี้ และ เชื่อว่าอุปกรณ์ เป็นแท่นผสม สารเคมี เพื่อผลิตยาเค แต่คนจีนที่ตำรวจควบคุมตัวได้ยังให้การไม่เป็นประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสืบสวนขยายผล ถึงตัวการใหญ่ต่อไป ….

Subscribe
Advertisement
Goong Nang Suksawat
Goong Nang is a News Translator who has worked professionally for multiple news organizations in Thailand for more than eight years and has worked with The Pattaya News for six years. Specializes primarily in local news for Phuket, Pattaya, and also some national news, with emphasis on translation between Thai to English and working as an intermediary between reporters and English-speaking writers. Originally from Nakhon Si Thammarat, but lives in Phuket and Krabi except when commuting between the three.