หน้าแรก ข่าว อาชญากรรม ทัพเรือภาคที่ 3 แถลงการจับกุมเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย รุกล้ำเข้ามาทำการประมงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย

ทัพเรือภาคที่ 3 แถลงการจับกุมเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย รุกล้ำเข้ามาทำการประมงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย

ทัพเรือภาคที่ 3 แถลงการจับกุมเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย รุกล้ำเข้ามาทำการประมงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย ด้านฝั่งทะเลอันดามัน
ที่ ท่าเรือรัษฎา จังหวัดภูเก็ต พลเรือโทสุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานในการแถลงข่าวการจับกุมเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย รุกล้ำเข้ามาทำการประมงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย ด้านฝั่งทะเลอันดามัน

ที่ ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับแจ้งข้อมูลจาก แหล่งข่าวในพื้นที่ว่า ตรวจพบกลุ่มเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย จานวน 3 ลำ มีพฤติกรรมเข้ามาทำการประมงบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย บริเวณทางทิศตะวันตกจากแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ระยะประมาณ 46 ไมล์ทะเล

พลเรือโทสุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และ ผู้อานวยการศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 จึงได้สั่งการให้ ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 จัดเครื่องบินลาดตระเวนแบบที่ 1 (DO-228) สนับสนุน ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ขึ้นบินลาดตระเวนตรวจสอบกลุ่มเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซียดังกล่าว ให้ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือ จังหวัดภูเก็ต แจ้งศูนย์ PIPO ภูเก็ต เพื่อแจ้งเรือประมงไทย ที่ทำการประมงในพื้นที่ เฝ้าสังเกตการณ์และติดตามพฤติกรรมของกลุ่มเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย รวมทั้งให้ หมวดเรือเฉพาะกิจ ศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 จัดเตรียมเรือหลวงแกลง ซึ่งเป็นเรือในบัญชีกำลัง ให้พร้อมออกเรือปฏิบัติภารกิจ เมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม

ต่อมาเวลา 10.50 น. เครื่องบินลาดตระเวนแบบที่ 1 ได้รายงานการตรวจพบเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย จำนวน 1 ลำ บริเวณทางทิศตะวันตกจากแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ระยะประมาณ 55 ไมล์ทะเล เวลา 14.30 น. เรือหลวงแกลง ออกเรือตรวจสอบ เรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย บริเวณทางทิศตะวันตกจากแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ระยะประมาณ 55 ไมล์ทะเล ตามข้อมูลที่ได้รับรายงานจาก เครื่องบินลาดตระเวนแบบที่ 1 และเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2566 ระหว่าง เวลา 06.00 – 08.30 น. เรือหลวงแกลง เข้าตรวจค้นและจับกุมเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย จานวน 3 ลำ ทางทิศตะวันตก จากแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ระยะประมาณ 70 -80 ไมล์ทะเล ประกอบด้วย ลำที่ 1 ชื่อ KM.RAHMATJAYA พร้อมลูกเรือ รวมจำนวน 12 คน ลำที่ 2 ชื่อ KM.IKHLASBARU พร้อมลูกเรือ รวมจำนวน 16 คน และ ลำที่ 3 ชื่อ KAMBIASTAR พร้อมลูกเรือ รวมจำนวน 12 คน จึงได้ควบคุมเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย จานวน 3 ลำ พร้อมลูกเรือ รวมจานวน 40 คน กลับเข้าฝั่ง ณ ท่าเรือรัษฎา จังหวัดภูเก็ต เพื่อนำส่งให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรฉลอง ดาเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมเรือประมงต่างชาติ ที่มีพฤติกรรมเข้ามาทำการประมงบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทยด้านฝั่งทะเลอันดามัน ที่ผ่านมานั้น ได้มีการจับกุมมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งได้แจ้งให้ สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารเรือประจาประเทศอินโดนีเซีย เพื่อแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการประชาสัมพันธ์ และแจ้งเตือนเรือประมงของประเทศอินโดนีเซียว่า อย่าได้รุกล้ำเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำของประเทศไทย ทั้งนี้ หากตรวจพบ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของไทย อย่างเคร่งครัด โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้ทำการจับกุม จานวน 1 ครั้ง ในปีงบประมาณ 2565 ได้ทำการจับกุม จำนวน 3 ครั้ง และ ในปีงบประมาณ 2566 ได้ทำการจับกุม จานวน 2 ครั้ง ซึ่งการลักลอบเข้ามาทำการประมงของเรือประมงต่างชาติ นั้นเป็นการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ (สัตว์น้ำ) ในพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้ชาวประมงไทย ทำการจับสัตว์น้ำได้น้อยลง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคประมงโดยตรง นอกจากนี้แล้วเรือประมงต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาทำการประมง บางครั้งมีการลักลอบขโมยหรือตัดทำลายอุปกรณ์ดักจับสัตว์น้ำของชาวประมงไทยที่ได้วางไว้ ซึ่งสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์ดักจับสัตว์น้ำ เป็นมูลค่ามากกว่า 40,000 บาท/อุปกรณ์ การดำเนินการจับกุมเรือประมงต่างชาติข้างต้นนั้น เป็นไปตามนโยบายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ของ พลเรือเอกอะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล นั้น ได้มีนโยบายให้ทุกหน่วยงาน ได้มีการบูรณาการร่วมกัน ในการป้องกันและปรามปรามการกระทาผิดกฎหมายทางทะเล เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ เพื่อให้ท้องทะเลไทยเกิดความมั่นคง ยั่งยืนและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคงตลอดไป

ทั้งนี้ทัพเรือภาคที่ 3 และ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาคที่ 3 จะดาเนินการบูรณาการร่วมกับจังหวัดต่าง ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางทะเล รวมทั้งภาคประชาชนและภาคเอกชน ในการร่วมกันแก้ปัญหาความเดือดของพี่น้องประชาชน ที่ประสบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกิจการทะเลต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรม มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ หากมีเหตุการณ์ที่สำคัญหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 3 หมายเลข 076 391 598 หรือสายด่วน กองทัพเรือหมายเลข 1696 หรือที่ ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาคที่ 3 หมายเลข 09 2979 8405 หรือสายด่วน 1465 ตลอด 24 ชั่วโมง

Subscribe
Advertisement
Adam Judd
Mr. Adam Judd is the Chief of Content of TPN media, English language, since December 2017. He is originally from Washington D.C., America. His background is in HR and Operations and has written about news and Thailand for a decade now. He has lived in Pattaya for about ten years as a full-time resident, is well known locally and been visiting the country as a regular visitor for over 15 years. His full contact information, including office contact information, can be found on our Contact Us page below.Stories please e-mail Editor@ThePattayanews.com About Us: https://thephuketexpress.com/about-us/ Contact Us: https://thephuketexpress.com/contact-us/
×