ตำรวจบางละมุงไล่จับกระบะตู้ทึบไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน-ขนบุหรี่ไฟฟ้า ขยายผลทำอึ้งทั้งบาง!! เจอโรงงานตั้งฐานผลิตไฟฟ้าบุหรี่ไฟฟ้าจ้าวแรก ในประเทศไทย ยึดอุปกรณ์ผลิต, สารเคมี,บุหรี่ไฟฟ้าหลายหมื่นชิ้น มูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
เมื่อเวลา 15.00 น. ( 8 มิถุนายน 2569 ) พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง , นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง , เรืออากาศตรีกิตติคม คงสมโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 (DSI) พร้อมกำลังตำรวจสายตรวจ ฝ่ายสืบสวน ฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน และ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้าตรวจสอบโกดังแห่งหนึ่ง ซึ่งอดีตเคยเป็นโรงเพาะปลูกต้นกัญชา เลขที่ 67/24 ซอยหนองปลาไหล 12 หมู่ 2 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยจากก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ตำรวจสายตรวจตรวจ สภ.บางละมุง ได้ทำการจับกุม รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณภายในซอยหนองปลาไหล ห่างจากโกดังดังกล่าวประมาณ 2 กม. ซึ่งจากการตรวจสอบ ภายในตู้หลังกระบะ พบบุหรี่ไฟฟ้า สภาพ เตรียมนำไปส่งขาย กว่า 8,000 ชิ้น โดบรรจุ อยู่ในลังกระดาษสีน้ำตาล จำนวน 40 ลัง ( 8,000 ) พร้อมทั้ง นายวิทวัส สังโสมา อายุ 32 ปี หรือกอล์ฟ ชาวสุรินทร์ คนขับรถ กระบะตู้ทึบ และมีการสอบสวนอย่างเข้มข้น ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมรับ เพิ่งจะรับ บุหรี่ไฟฟ้า มาจากโกดังดังกล่าว
จากการเข้าทำการปิดล้อมโกดัง มีเนื้อที่ประมาณ 3-4 ไร่ โกดังมีการควบคุมการเข้า-ออก อย่างแน่นหนา โดยมีรั้วประตูเหล็ก เข้า-ออก ถึง 2 ชั้น โดยทางเข้าส่วนแรกอยู่ติดถนนภายในซอย หนองปลาไหล 12 ในส่วนประตูที่ 2 อยู่หน้าโกดัง ( ทั้งสองประตูห่างกันราวประมาณ 100-200 เมตร ซึ่งในระหว่างการเข้าทำการปิดล้อมล้อ ปรากฏว่ากลุ่มบุคคลที่อยู่ในโรงงาน ทั้งผู้ชายและผู้หญิงคาดว่าน่าจะเป็นแรงงานชาวเมียนมาร์ ไม่ต่ำกว่า 50 คน ต่างพากันวิ่งหลบหนีออกไปบริเวณทางด้านหลังของโกดัง จนไม่เหลือใครแม้แต่คนเดียว สุดท้ายตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการปกครอง และ จนท.ดีเอสไอ จึงบุกเข้ายึดโกดัง

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการตรวจสอบในโกดัง ก็ถึงกับผงะ! เมื่อพบว่าเป็นแหล่งผลิตบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ “Salt Hub” ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าชนิดสูบแล้วทิ้ง โดยสามารถสูบได้ถึง 9,000 คำ ซึ่งการผลิตจะแบ่งออกเป็นออก 4 โซน โซนแรก เป็นห้องอัดน้ำยาลงแท่งบุหรี่ไฟฟ้า , โซนกลาง เป็นห้องบรรจุปิดผนึกใส่แพ็กเกจซองเตรียมขาย , โซนที่ 3 เป็นห้องติดตั้งระบบก้อนแบตเตอรี่ (แบบถ่านกลม) ที่ใช้ติดตัังบนหัวพอร์ตบุหรี่ไฟฟ้า และยังเป็นห้องเก็บสารเคมีน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า บรรจุอยู่ในถังแกลลอนใส ซึ่งมีหลากหลายกลิ่น ทั้งกลิ่นผลไม้ , มิ้นเมนทอล , และ ยาสูบ ไม่ต่ำกว่า 20 แกลลอน และกล่องลังกระดาษ สีน้ำตาล จำนวนมาก ส่วนด้านหลังโกดัง เป็นที่จัดเก็บ บุหรี่ไฟฟ้าที่ทำสำเร็จแล้ว บรรจุในกล่องลังสีน้ำตาล ไม่ต่ำกว่า 200 กล่อง นอกจากนี้ยังสามารถยึดบุหรี่ไฟฟ้าที่ทำสำเร็จแล้ว ในรูปแบบของกลิ่นต่างๆ และอยู่ในระหว่างการรอบรรจุใส่ซอง ไม่ต่ำ 20,000 ชิ้น , ตัวหลอดบุหรี่ไฟฟ้าที่ยังผลิตไม่เสร็จอีกกว่า 50,000 ชิ้น และซองบรรจุบุหรี่ไฟฟ้า กลิ่นต่างๆ อีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบว่าด้านหลังมีการระบุสถานที่ผลิต “ make in China “ อีกด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงทำการอายัดและยึดของกลางทั้งหมดในโกดัง ไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งของกลางที่ยึดได้ รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังพบว่ารอบๆบริเวณโกดัง ยังมีโซนหอพัก พนักงาน ลักษณะเป็นการนอนรวมกัน และมีห้องแถว แยกพักประมาณ 7-8 ห้อง รวมถึงห้องเก็บอุปกรณ์ ที่ยังไม่ได้ถูกใช้งาน โดยอุปกรณ์ส่วนใหญ่ถูกส่งมาจาก สปป.ลาว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจ บัตรตอกเวลาเข้าทำงานของพนักงาน จำนวน 39 ใบ ซึ่งชื่อที่อยู่ในบัตรตอกส่วนใหญ่ เป็นชื่อลักษณะแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์ โดยในบัตรตอกส่วนใหญ่จะเข้างานไม่เกิน 8 โมงเช้า และ เลิกงานในช่วงเวลา 5 โมงเย็น พร้อมทั้งยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดทั้งหมดภายในโกดังไปทางการตรวจสอบ เพื่อติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง การเข้าตรวจยึดโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในคลัง สืบเนื่องมาจาก ตำรวจสายตรวจ ได้ทำการตรวจสอบรถกระบะตู้ทึบ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง พอควบคุมรถกระบะดังกล่าวไว้ได้ ตรวจสอบท้ายกระบะหลังก็พบบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก เมื่อสอบถามแหล่ง ที่มาก็ยอมรับว่าเพิ่งรับบุหรี่ไฟฟ้าจากโกดังดังกล่าว จึงเป็นที่มาเข้าทำการตรวจค้นและสามารถยึดของการที่ใช้ในการผลิตบุหรี่ไฟฟ้าได้ดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้จะได้ให้พนักงานสอบสวน รวมถึง ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานชลบุรี (พฐ.) เข้าทำการเก็บหลักฐาน และบันทึกตรวจยึดของกลาง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้าน เรืออากาศตรีกิตติคม คงสมโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 (DSI) เปิดเผยว่า การบุกทลายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในครั้งนี้ ต้องถือว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีการพบฐานกาาผลิตบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ในประเทศของเรา ซึ่งหลังจากนี้จะต้องให้กรมศุลกากร เข้ามาทำการตรวจสอบอย่างเข้มข้น และจะต้องแยกในการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งในส่วนแหล่งที่มาของสารเคมี ซึ่งจะต้องให้กรมอุตสาหกรรมเข้ามาตรวจสอบ, ส่วน กฎหมาย พรบ.กรมศุลกากร ต้องมีการตรวจสอบในหลายมิติ เพื่อขยายผล ไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป










