หน้าแรก ข่าวสำคัญ พลูวิลล่า เข้าข่ายนอมินี วัยรุ่นจีนเปิดบ้านตี้ก๊าสหัวเราะ

พลูวิลล่า เข้าข่ายนอมินี วัยรุ่นจีนเปิดบ้านตี้ก๊าสหัวเราะ

ผู้ว่าฯชลบุรี นำทีมตรวจบ้านพลูวิลล่า เข้าข่ายนอมินีทุนจีน พบเปิดเถื่อนผิดประเภท – เจอวัยรุ่นจีนเปิดบ้านตี้ก๊าสหัวเราะ ขู่!! เอาจริงบังคับใช้กฏหมายขั้นเด็ดขาด

เมื่อเวลา 09.00 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี , นำทีม พาณิชย์จังหวัดชลบุรี ,ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง , กรมที่ดิน , กอ.รมน.ชลบุรี , กระทรวงพาณิชย์ , ตม.ชลบุรี , สืบ ภ.จว.ชลบุรี , สรรพสามิตร , และ สำนักงานช่างเมืองพัทยา นำหมายศาลจังหวัดพัทยา ลงพื้นที่ ตรวจค้น ธุรกิจ บ้านพลูวิลล่า ขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง ในพื้นที่เมืองพัทยา , จอมเทียน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ตามนโยบาย รัฐบาลในการปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้นอมินีเป็นตัวแทนในการถือครองอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจท่องเที่ยวอย่างผิดกฎหมาย

โดยหมายแรก ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ นำทีมลงพื้นที่  วิลล่า ภายในซอยอรุโณทัย 8 พัทยากลาง ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเป็นลักษณะ บ้านพลูวิลล่า ขนาดใหญ่ มีทั้ง 15 หลัง โดยตัวบ้านสูง 4 ชั้นครึ่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ครบวงจร ซึ่งขณะที่กำลังเข้าตรวจสอบพบว่ายังมีกลุ่มลูกค้าชาวจีนเข้าไปใช้บริการ และกำลังเตรียมเช็คเอาท์ออก

เบื้องต้น พลูวิลล่า ดังกล่าว ถูกจดทะเบียนในนาม บริษัท ออร่า วิลล่า รีเซิร์ฟ จำกัด โดยมีทั้งคนฮ่องกง และ คนไทย เป็นหุ้นส่วนร่วมลงทุน จากการตรวจสอบ เอกสาร และ เอกสารรายรับ-รายจ่าย พบหลักฐานสำคัญ ว่าลักลอบเปิดให้บริการห้องพักแบบรายวัน โดยยังไม่มีการขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ซึ่งปัจจุบันถูกจดทะเบียนเป็นที่พักอาศัยเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงมีการเชิญตัวพนักงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้นพนักงานอ้างว่า พลูวิลล่า ดังกล่าวเพิ่งเปิดบริการได้เพียง 5 เดือน มีอัตราให้เช่าวันละ 6,500 บาท แต่ส่วนใหญ่จะมีเอเจนซี่ มาขอเช่าเหมาไว้ เพื่อนำไปขายต่อให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนนำไปขายในราคาเท่าไหร่นั้น ไม่ทราบราคาที่แน่ชัด แต่คาดว่า น่าจะมีการนำไปปล่อยขายต่อ ในราคา 8,000 – 10,000 บาท / ต่อวัน

นอกจากนี้ในระหว่างที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นำทีม ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริเวณตัวอาคารต่างๆ ภายในบ้านพลูวิลล่าดังกล่าว พอมาถึงบริเวณ บ้านหลังที่ 8 ( G8 ) พบว่าที่บริเวณกระจกระเบียงชั้น 2 มีถังวัตถุบางอย่างถูกวาง ติดบานกระจก หากมองได้สายตารู้ทันทีว่าเป็น ถังก๊าสหัวเราะ (ไนตรัสออกไซด์) ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงสั่งการให้ตรวจสอบทันที

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. , สืบจังหวัดชลบุรี ได้ร่วมกันเข้าแสดงตัวขอตรวจสอบ ไปพบถังก๊าสหัวเราะ จำนวน 20 ถัง ถูกวางอยู่ในตัวบ้าน ขณะที่ผู้เช่า เป็นกลุ่มวัยรุ่นชาวจีน เป็นชาย 3 คน และ ผู้หญิง 1 ยังนอนหลับอยู่ภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงทำการปลุกและเชิญตัวมาทำการสอบสวนเบื้องต้น ยอมรับว่ามีการซื้อก๊าสหัวเราะ ผ่านกลุ่มคนจีน โดยติดต่อทาง “ วีแชท “ ในราคาถังละ 300 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทย ถัง 1,000 บาท ( โดยมีหลักฐานพูดคุยในวีแชท ) เบื้องต้น ตำรวจจึงยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อทั้งคุมตัวชาวจีนไปสอบสวน เละ ตรวจสารเสพติดในร่างกาย

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการของหลายหน่วยงาน เพื่อปราบปรามการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน หรือ นอมินี ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจในพื้นที่

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 5 แห่งในเมืองพัทยา โดยพบว่าบางแห่งเปิดดำเนินกิจการโรงแรมทั้งที่ได้รับอนุญาตเป็นอาคารพักอาศัย และ ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ซึ่งเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีในส่วนที่ตรวจพบก่อน พร้อมให้ตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานสรรพากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน และผู้มีอำนาจควบคุมกิจการว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ

ผู้ว่าฯ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบผู้ถือหุ้นบางรายอ้างถือหุ้นมูลค่ากว่า 70–80 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบฐานะและอาชีพกลับไม่สอดคล้องกับมูลค่าการลงทุน จึงเป็นประเด็นที่ต้องสืบสวนเชิงลึก หากพบว่าเป็นการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ สำนักงานพาณิชย์จะดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวทันที

นอกจากนี้ จังหวัดชลบุรียังตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานที่ดินทุกสาขา เพื่อตรวจสอบการถือครองที่ดินของนิติบุคคลต่างชาติ โดยมีข้อมูลเบื้องต้นว่ามีบริษัทเข้าข่ายถือครองที่ดินผิดกฎหมายจำนวน 349 บริษัท หากตรวจสอบพบการกระทำผิด จะดำเนินมาตรการบังคับจำหน่ายที่ดินตามกฎหมาย และหากไม่ดำเนินการภายใน 180 วัน อาจถูกนำที่ดินออกขายทอดตลาดตามขั้นตอนของกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ระบุเพิ่มเติมว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ 2 ชุด ได้แก่ ชุดตรวจสอบพฤติการณ์นอมินี และชุดตรวจสอบการถือครองที่ดิน โดยจะประชุมติดตามผลทุกสัปดาห์ เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ได้ฝากเตือนไปยังคนไทยที่รับเป็นนอมินีถือหุ้นหรือถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติว่า การกระทำดังกล่าวมีความผิดทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ รวมถึงหากให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ก็อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

ส่วนผู้ประกอบการพูลวิลล่าและโรงแรม ผู้ว่าฯ ย้ำว่าต้องดำเนินธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขออนุญาตใช้อาคารและใบอนุญาตโรงแรมให้ครบถ้วน พร้อมขอความร่วมมือสอดส่องผู้เช่าที่อาจใช้สถานที่เป็นแหล่งกระทำผิด เช่น ผลิตหรือเก็บซุกซ่อนยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หรือสารอันตราย หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

 

Subscribe
Advertisement
Goong Nang Suksawat
Goong Nang is a News Translator who has worked professionally for multiple news organizations in Thailand for more than nine years and has worked with The Pattaya News for more than six years. Specializes primarily in local news for Phuket, Pattaya, and also some national news, with emphasis on translation between Thai to English and working as an intermediary between reporters and English-speaking writers. Originally from Nakhon Si Thammarat, but lives in Phuket and Krabi except when commuting between the three.
×