นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายมีชัย อินทร์พิทักษ์ ประธานคณะกรรมการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อยเมืองพัทยา, นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่เจ้าท่าพัทยา เจ้าหน้าฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเล เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าภารกิจ Better Pattaya Bay บริเวณชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อจัดระเบียบ เรือสปีดโบ๊ท เรือเจ็ตสกี รวมถึง บานาน่าโบ๊ท ที่จอดเรียงรายอยู่ใกล้กับชาย และ จอดเกยหาดพัทยา จนทำให้เสียพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำทะเล


นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า สำหรับภารกิจ Better Pattaya Bay เป็นภารกิจพัฒนาชายหาดและอ่าวเมืองพัทยาให้ดียิ่งขึ้น โดยเมืองพัทยากำลังเข้าสู่หน้าไฮซีซั่น และการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาได้ฟื้นตัวกลับมาสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลังไหลเข้ามามากยิ่งขึ้น โดยการท่องเที่ยวทางทะเลเป็นอีกกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์ของเมืองพัทยา ในส่วนของชายหาดพัทยาจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ความปลอดภัยทางน้ำจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมาเรือเจ็ทสกียังไม่มีจุดรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากเมืองพัทยาไม่มีท่าสำหรับเรือเจ็ทสกี โดยผู้ประกอบการจะรับผู้โดยสารที่ริมชายหาดตลอดทั้งระยะทาง 2.7 กม. จากพัทยาเหนือถึงพัทยาใต้

ทั้งนี้ ทางเมืองพัทยา จึงมีการประสานงานระหว่างหน่วยป้องกันภัยพิบัติทางทะเล และกรมเจ้าท่าในการประชาสัมพันธ์เรือ และผู้ประกอบการในโซนชายหาดพัทยา เรื่องการสัญจร และการเข้าจอดของเรือสปีดโบ๊ท โดยเน้นย้ำให้รับนักท่องเที่ยวที่จุดรับ ที่เมืองพัทยา จัดไว้ให้เท่านั้น บริเวณพัทยาเหนือ 1 จุด และพัทยาใต้ 1 จุด และให้ห้ามเรือเจ็ทสกีเข้ามาใกล้ชายฝั่งในระยะ 200 เมตร เพื่อเปิดพื้นที่แนวเล่นน้ำ และกิจกรรมทางน้ำหน้าหาด ให้แก่นักท่องเที่ยว และเพื่อความเป็นระเบียบในการใช้ชายหาดร่วมกันตามแนวทางพัทยาโมเดล เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่มาใช้ชายหาดและทะเลพัทยา

นายปรเมศวร์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการนี้ได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ในวันนี้จึงมีการลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้า ซึ่งพบว่า บรรยากาศชายหาดพัทยาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ประกอบการเรือเจ็ทสกีส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ แต่ยังมีฝ่าฝืนอยู่บ้าง ในครั้งแรกจะทำการว่ากล่าวตักเตือนก่อน หากพบยังฝ่าฝืนซ้ำจะมีโทษตามกฎหมาย ซึ่งในส่วนนี้กรมเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้รับผิดชอบ อาจจะถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป










